News

สัมผัสลวง ซ่อนเงื่อนมรณะ: ความลับใต้ผ้าเช็ดหน้าสีเทา

เสียงเครื่องยนต์ของรถโดยสารปรับอากาศวีไอพีที่วิ่งฝ่าความมืดบนถนนสายเอเชีย ไม่ได้ช่วยกลบความรุ่มร้อนในใจของ ‘ณิชา’ ลงได้เลยแม้แต่น้อย แอร์ที่เย็นเฉียบจนฝ้าเกาะกระจกขัดแย้งกับอุณหภูมิเดือดพล่านในอกของเธออย่างสิ้นเชิง

บนเบาะที่นั่งคู่ ณิชากระชับผ้าห่มผืนบางคลุมร่างของ ‘น้องนะโม’ ลูกชายวัยเจ็ดขวบที่กำลังหลับสนิทซบไหล่เธออยู่ เด็กน้อยเดินทางมาไกลเพื่อไปเยี่ยม ‘เจ้าสัวธนทัต’ ผู้เป็นปู่แท้ๆ ซึ่งกำลังนอนรอความตายอยู่ในห้องไอซียูของโรงพยาบาลเอกชนชื่อดังในจังหวัดเชียงใหม่

แต่สิ่งที่ทำให้ณิชาประสาทเสียจนแทบจะทนไม่ไหว ไม่ใช่ความกังวลเรื่องอาการป่วยของพ่อผัว ทว่าเป็น ‘สัมผัส’ น่ารังเกียจจากผู้ชายแปลกหน้าที่นั่งอยู่เบาะเดี่ยวฝั่งตรงข้ามทางเดินต่างหาก

เกือบสามชั่วโมงแล้ว… สามชั่วโมงเต็มที่ผู้ชายรูปร่างผอมสูง สวมหมวกแก๊ปดึงปีกต่ำปิดบังใบหน้า และสวมหน้ากากอนามัยสีดำสนิทคนนั้น จงใจทิ้งท่อนแขนลงมาพาดตรงที่วางแขนฝั่งทางเดิน และทุกครั้งที่รถตกหลุมหรือเข้าโค้ง หลังมือสากกร้านของเขาจะปัดป่ายมาโดน ‘ต้นขา’ ของเธอซ้ำแล้วซ้ำเล่า

ตอนแรกณิชาคิดว่ามันคืออุบัติเหตุ เธอขยับตัวหนีจนชิดกระจกหน้าต่าง แต่ช่องว่างทางเดินบนรถวีไอพีก็ไม่ได้กว้างนัก และมือของไอ้โรคจิตคนนั้นก็ยังคงขยับตามมาเบียดสีข้างเธอราวกับจงใจ

ความโกรธแล่นริ้วขึ้นเป็นริ้วๆ ณิชาสูดลมหายใจลึก เธอกำหมัดแน่นจนเล็บจิกเข้าไปในฝ่ามือ สัญชาตญาณความเป็นแม่และสัญชาตญาณการป้องกันตัวสั่งให้เธอหันไปด่าทอ หรือไม่ก็ตะโกนเรียกเด็กรถให้มาจัดการผู้ชายคนนี้ให้รู้แล้วรู้รอด เธอเตรียมจะอ้าปากบริภาษเขาแล้ว จังหวะที่รถทัวร์กำลังหักเลี้ยวเข้าสู่สถานีขนส่งอาเขตเชียงใหม่

แต่แล้ว… ในเสี้ยววินาทีที่รถกำลังจะเบรกจนจอดสนิท ผู้ชายคนนั้นกลับโน้มตัวพรวดเข้ามาหาเธออย่างรวดเร็ว!

ณิชาเบิกตากว้าง เตรียมจะกรีดร้อง ทว่ามือหนาของเขากลับไม่ได้ลวนลามเธอ เขายัดของบางอย่างที่มีสัมผัสนุ่มลื่นเข้ามาในกำมือที่กำแน่นของเธอ พร้อมกับกระซิบด้วยน้ำเสียงแหบพร่าแต่เฉียบขาด บาดลึกทะลุเสียงเครื่องยนต์…

“ทำเป็นหน้ามืดซะ… และไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ห้ามเซ็นเอกสารอะไรเด็ดขาด”

พูดจบ ร่างสูงนั้นก็คว้ากระเป๋าเป้ใบเก่าๆ ลุกขึ้นยืน และเดินปะปนไปกับผู้โดยสารคนอื่นๆ ที่กำลังทยอยลงจากรถ หายลับไปในความมืดอย่างรวดเร็วราวกับไร้ตัวตน ทิ้งให้ณิชานั่งตัวแข็งทื่อราวกับถูกสาป

เธอค่อยๆ แบมือออกด้วยมือที่สั่นเทา สิ่งที่ผู้ชายโรคจิตคนนั้นทิ้งไว้ให้ ไม่ใช่เบอร์โทรศัพท์หรือจดหมายลามก แต่มันคือ… ‘ผ้าเช็ดหน้าสีเทาเข้ม’ ผืนหนึ่ง

ณิชาก้มมองผ้าเช็ดหน้าผืนนั้น หัวใจเต้นระรัวราวกับตีกลอง เธอสัมผัสได้ถึงความหนาผิดปกติที่มุมผ้า เหมือนมีกระดาษแผ่นเล็กๆ ถูกเย็บซ่อนซับไว้ด้านใน แต่ยังไม่ทันที่เธอจะได้พิสูจน์ความจริง เสียงเรียกชื่อเธอก็ดังขึ้นจากประตูด้านหน้าของรถ

“ณิชา! ทางนี้!”

‘กวิน’ สามีของเธอที่ล่วงหน้ามาดูใจพ่อก่อนหน้านี้สามวัน ยืนโบกมือหน้าตาตื่นอยู่ตรงทางลงรถ เขาปรี่เข้ามารับกระเป๋าและอุ้มน้องนะโมที่กำลังงัวเงีย

“รีบไปเถอะณิชา อาการคุณพ่อแย่ลงมาก หมอบอกว่าคืนนี้อาจจะไม่พ้น… คุณแม่กับพี่กานต์รออยู่ที่โรงพยาบาลแล้ว”

ณิชารีบยัดผ้าเช็ดหน้าสีเทาลงในกระเป๋ากางเกงยีนส์ สลัดความสับสนทิ้งไป และวิ่งตามสามีไปขึ้นรถยุโรปคันหรูที่จอดรออยู่

เมื่อมาถึงห้องวีไอพีบนชั้นสูงสุดของโรงพยาบาล บรรยากาศกลับไม่ได้อึมครึมไปด้วยความโศกเศร้าอย่างที่ควรจะเป็น ‘คุณหญิงรจนา’ แม่สามีของเธอ และ ‘กานต์สิรี’ พี่สาวของกวิน นั่งรออยู่ที่ชุดโซฟารับแขกด้านนอกห้องพักฟื้น ทั้งสองคนที่ปกติมักจะมองณิชาด้วยสายตาเหยียดหยามในฐานะสะใภ้ที่เป็นแค่พนักงานออฟฟิศธรรมดา วันนี้กลับลุกขึ้นมาต้อนรับเธอด้วยรอยยิ้มที่ทำให้ณิชารู้สึกขนลุก

“มาเหนื่อยๆ ดื่มน้ำก่อนสิลูกณิชา” คุณหญิงรจนาเอ่ยปากอย่างอ่อนโยนจนผิดวิสัย

“ขอบคุณค่ะคุณแม่ คุณพ่อเป็นยังไงบ้างคะ?” ณิชาถามพลางชะเง้อมองผ่านกระจกเข้าไปในห้องไอซียู ร่างของเจ้าสัวธนทัตนอนนิ่งอยู่บนเตียง มีสายยางและเครื่องช่วยหายใจระโยงระยางเต็มไปหมด

กวินเดินเข้ามาโอบไหล่ณิชา สีหน้าของเขาดูตึงเครียดแปลกๆ “ณิชา… ก่อนที่คุณพ่อจะหมดสติไป ท่านได้สั่งเสียเรื่องสำคัญไว้ เรื่อง… มรดกและธุรกิจของตระกูลเรา”

“ค่ะ?” ณิชาขมวดคิ้ว เธอไม่เคยสนใจสมบัติของตระกูลนี้อยู่แล้ว

กานต์สิรี พี่สะใภ้จอมหยิ่ง ดันแฟ้มเอกสารปกหนังสีดำสามสี่แฟ้มมาตรงหน้าณิชา พร้อมกับปากกาหมึกซึมราคาแพงระยับ “คุณพ่อต้องการโอนหุ้นทั้งหมดของ ‘ธนทัต โฮลดิ้ง’ ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของกงสี ให้กับหลานชายคนเดียวคือตัวนะโม แต่เพราะนะโมยังเด็ก คุณพ่อเลยระบุให้ ‘เธอ’ ในฐานะมารดา เป็นผู้ปกครองและเป็นประธานกรรมการชั่วคราวแทนจนกว่านะโมจะบรรลุนิติภาวะ”

ณิชาชะงัก “ทำไมไม่ให้กวิน หรือพี่กานต์เป็นล่ะคะ?”

“กวินมีคดีฟ้องร้องเรื่องธุรกิจเก่าติดตัวอยู่ ส่วนฉันก็ถือหุ้นบริษัทคู่แข่ง มันผิดกฎหมายการควบรวมกิจการ” กานต์สิรีอธิบายด้วยเหตุผลที่ฟังดูมีน้ำหนัก “นี่เป็นการตัดสินใจเพื่อปกป้องสมบัติหมื่นล้านของลูกชายเธอนะณิชา เซ็นตรงนี้สิ เซ็นรับตำแหน่งและเซ็นรับโอนหุ้นทั้งหมด… ก่อนที่คุณพ่อจะสิ้นลม พินัยกรรมนี้จะได้สมบูรณ์”

กวินจับมือณิชา บีบเบาๆ “ทำเพื่อลูกของเรานะณิชา เซ็นเถอะ”

บรรยากาศในห้องเงียบกริบ สายตาสามคู่จ้องมองมาที่ปลายปากกาในมือของณิชา ราวกับแร้งที่กำลังรอคอยเหยื่อ

ในวินาทีที่ปลายปากกากำลังจะจรดลงบนแผ่นกระดาษ คำพูดของผู้ชายบนรถทัวร์ก็ดังก้องขึ้นมาในหัวราวกับเสียงระฆังเตือนภัย…

“ทำเป็นหน้ามืดซะ… และไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ห้ามเซ็นเอกสารอะไรเด็ดขาด”

ณิชาสูดลมหายใจเข้าลึก มือที่จับปากกาเริ่มสั่น สัญชาตญาณบอกเธอว่ามีบางอย่างผิดปกติอย่างมหันต์ ทำไมครอบครัวนี้ถึงยอมยกทุกอย่างให้ลูกชายเธออย่างง่ายดาย? ทำไมต้องเร่งรีบขนาดนี้?

“ณิชา… เซ็นสิลูก หมอเพิ่งบอกว่าความดันคุณพ่อตกหนักแล้วนะ” คุณหญิงรจนาเร่งเร้า น้ำเสียงเริ่มแข็งกระด้างขึ้น

ณิชาวางปากกาด้ามนั้นลงบนแฟ้มอย่างช้าๆ เธอเอามือกุมขมับ หลับตาแน่น และเริ่มทำตามคำแนะนำของชายแปลกหน้า

“โอ๊ย…” เธอครางออกมาเบาๆ ก่อนจะปล่อยร่างให้ทรุดฮวบลงไปกองกับพื้นพรมอย่างสมจริง!

“เฮ้ย! ณิชา!” กวินร้องลั่น

“ว้าย! อะไรเนี่ย มาเป็นลมอะไรตอนนี้ ยัยณิชา! ตื่นขึ้นมาเซ็นก่อน!” คุณหญิงรจนากรีดร้องอย่างเสียกิริยา ความสุภาพอ่อนโยนปลิวหายไปในพริบตา

“กวิน! อุ้มมันขึ้นมาจับมือมันเซ็นเดี๋ยวนี้ ถ้าคุณพ่อตายก่อนเอกสารนี่จะสมบูรณ์ พวกเราฉิบหายกันหมดแน่!” เสียงของกานต์สิรีตวาดกร้าว

คำพูดนั้นทำให้ณิชาที่แกล้งสลบอยู่หัวใจกระตุกวาบ เธอปล่อยให้กวินพยุงร่างที่อ่อนปวกเปียกของเธอไปวางบนโซฟา เธอแสร้งทำเป็นตาเหลือกและหายใจหอบแรงราวกับคนขาดอากาศ

“พ… พี่กวิน… ณิชาหายใจไม่ออก… หน้ามืด… ขอยาดม…” เธอปัดมือสะเปะสะปะ ชนแฟ้มเอกสารตกลงไปกระจายบนพื้น

“โธ่เว้ย! อะไรนักหนาวะเนี่ย! พยาบาล! พยาบาลขอยาดมหน่อย ภรรยาผมเป็นลม!” กวินตะโกนเรียกพยาบาลหน้าห้อง ทำให้ความพยายามที่จะบังคับจับมือเธอเซ็นเอกสารต้องหยุดชะงักลง

ความวุ่นวายเกิดขึ้นอยู่พักใหญ่ พยาบาลเข้ามาวัดความดันและให้น้ำหวานณิชา เธออ้างว่าเวียนหัวบ้านหมุนรุนแรง ขอตัวเข้าไปพักในห้องน้ำส่วนตัวของห้องพักฟื้น ทิ้งให้แม่ผัว พี่สะใภ้ และสามี ยืนกระวนกระวายสบถด่ากันเองอยู่ด้านนอก

เมื่อกลอนประตูห้องน้ำถูกล็อก ณิชาทิ้งตัวลงนั่งบนฝาชักโครก มือที่สั่นเทาล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกง หยิบผ้าเช็ดหน้าสีเทาผืนนั้นออกมา เธอคลำเจอรอยเย็บเนาหยาบๆ ที่มุมผ้า จึงรีบใช้กิ๊บติดผมดึงด้ายออก

ภายในมุมผ้าที่ถูกซ้อนไว้ มีแผ่นเมมโมรี่การ์ดขนาดจิ๋ว (Micro SD) และเศษกระดาษแผ่นเล็กๆ ที่เขียนด้วยลายมือหวัดๆ ว่า…

‘บริษัท ธนทัต โฮลดิ้ง ถูกฟ้องร้องข้อหาฟอกเงินข้ามชาติและมีหนี้เถื่อนห้าพันล้านบาท เจ้าสัวไม่ได้ป่วยตาย แต่ถูกวางยา พวกเขากำลังหาแพะรับบาปเพื่อเซ็นรับโอนความผิดทั้งหมดไปพร้อมกับตำแหน่งประธานบริษัท ถ้าคุณเซ็น คุณและลูกจะต้องรับหนี้และติดคุกแทนพวกมัน — จาก ทนายเมฆ (ทนายส่วนตัวที่แท้จริงของเจ้าสัว)’

ข้อความในกระดาษเปรียบเสมือนฟ้าผ่าลงกลางใจ!

น้ำตาของณิชาไหลทะลักออกมา ไม่ใช่เพราะความเศร้า แต่เพราะความแค้นและขยะแขยง ผู้ชายที่ได้ชื่อว่าเป็นสามี เป็นพ่อของลูก ยอมร่วมมือกับแม่และพี่สาว เพื่อผลักไสภรรยาและลูกแท้ๆ ของตัวเองไปตายแทน เพื่อรักษาความสุขสบายของตัวเอง!

รอยสัมผัสบนรถทัวร์ที่เธอคิดว่าเป็นความลามกจกเปรต แท้จริงแล้วคือการพยายามแฝงตัวเข้ามาเพื่อส่งมอบหลักฐานชิ้นสุดท้ายที่จะช่วยชีวิตเธอและลูก ทนายเมฆคงถูกตามล่าอยู่ ถึงต้องใช้วิธีแนบเนียนและเสี่ยงอันตรายขนาดนี้

“ณิชา! ดีขึ้นหรือยัง ออกมาเซ็นเอกสารได้แล้ว!” เสียงกวินเคาะประตูห้องน้ำดังปังๆ

ณิชาปาดน้ำตา ดวงตาที่เคยอ่อนโยนและยอมคนบัดนี้แข็งกร้าวและเย็นเยียบ เธอเก็บกระดาษและเมมโมรี่การ์ดซ่อนไว้ในชุดชั้นในอย่างมิดชิด เธอกดชักโครก ล้างหน้าล้างตา แล้วเปิดประตูเดินออกไป

ทั้งสามคนปรี่เข้ามาหาเธอพร้อมกับแฟ้มเอกสารและปากกา

“ฉันดีขึ้นแล้วค่ะ” ณิชาตอบเสียงเรียบ

“งั้นก็รีบเซ็นซะทีสิ ชักช้าลีลาอยู่ได้!” คุณหญิงรจนาตวาด

ณิชารับปากกามาถือไว้ เธอมองหน้ากวิน สามีที่หน้าไหว้หลังหลอก “กวินคะ… บริษัทนี้ ไม่มีหนี้สินหรือปัญหาอะไรซ่อนอยู่ใช่ไหมคะ? ณิชากลัวว่ารับมาแล้วจะมีปัญหาตามหลัง”

กวินหลบตาเธอวูบหนึ่ง ก่อนจะฝืนยิ้ม “ไม่มีหรอกณิชา คุณพ่อจัดการคลีนทุกอย่างไว้ให้หมดแล้ว เพื่ออนาคตของนะโมไง”

“งั้นเหรอคะ…” ณิชายิ้มเย็น เธอหมุนปากกาในมือ ก่อนจะ… โยนมันทิ้งลงถังขยะอย่างแรง!

“แกทำบ้าอะไรของแก นังณิชา!” กานต์สิรีกรีดร้อง

“ฉันไม่เซ็นค่ะ” ณิชาประกาศกร้าว น้ำเสียงหนักแน่นดังก้องห้อง “และฉันรู้หมดแล้วว่าในบริษัทโฮลดิ้งนั่น มีหนี้เถื่อนและคดีฟอกเงินห้าพันล้านรออยู่! พวกคุณคิดจะโยนขี้ให้ฉันกับลูกไปติดคุกแทนงั้นเหรอ ฝันไปเถอะ!”

คำพูดของณิชาทำเอาทั้งสามคนหน้าซีดเผือดราวกับศพ กวินก้าวเข้ามาบีบแขนเธอแน่น “เธอพูดพล่อยๆ อะไรณิชา! ใครเป่าหูเธอ!”

“ไม่ต้องรู้หรอกว่าใครบอก แต่หลักฐานทั้งหมดอยู่ที่ฉัน และฉันได้ตั้งเวลาส่งอีเมลหลักฐานการทุจริตและการ ‘วางยา’ เจ้าสัว ไปให้กองปราบและสื่อมวลชนทุกสำนักแล้ว!” ณิชาบลัฟกลับด้วยความมาดมั่น แม้ในใจจะสั่นแค่ไหนก็ตาม เธอสะบัดแขนหลุดจากการเกาะกุมของสามี หันไปคว้าตัวน้องนะโมที่กำลังยืนงงอยู่มาอุ้มไว้แนบอก

“นังตัวดี! แกจะออกไปจากห้องนี้ไม่ได้ แกต้องเซ็น!” คุณหญิงรจนาถลันเข้ามาจะตบหน้าณิชา

ทว่าในจังหวะนั้นเอง ประตูห้องพักฟื้นวีไอพีก็ถูกถีบเปิดออกอย่างแรง!

ชายร่างสูงในชุดแจ็กเก็ตสีดำ สวมหมวกแก๊ป… ผู้ชายคนเดียวกับบนรถทัวร์ ก้าวเข้ามาในห้อง พร้อมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปรามในเครื่องแบบเต็มยศกว่าสิบเตนาย!

“ทนายเมฆ!” กานต์สิรีร้องเสียงหลง

“สวัสดีครับคุณกานต์สิรี คุณหญิง กวิน… ผมนำเจ้าหน้าที่มาจับกุมพวกคุณ ในข้อหาพยายามฆ่าเจ้าสัวธนทัต และฉ้อโกงประชาชนรวมถึงฟอกเงินระดับชาติ” ทนายเมฆพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่เฉียบขาด ก่อนจะหันมามองณิชาและพยักหน้าให้เธอเล็กน้อยเป็นเชิงเคารพ “ขอบคุณที่คุณผู้หญิงมีสติ และไม่หลงกลเซ็นเอกสารมรณะนั่นนะครับ”

ตำรวจเข้าควบคุมตัวกวินและครอบครัว ท่ามกลางเสียงกรีดร้องโวยวายและด่าทอสาปแช่งของแม่ผัวและพี่สะใภ้ ส่วนกวินได้แต่ทรุดตัวลงคุกเข่าร้องไห้อย่างหมดสภาพ

ณิชายืนมองภาพครอบครัวจอมปลอมที่กำลังพังทลายลงด้วยแววตาที่ว่างเปล่า เธออุ้มน้องนะโมเดินผ่านหน้ากวินไปโดยไม่แม้แต่จะปรายตามอง

เมื่อเดินพ้นประตูโรงพยาบาลออกมาสู่อากาศบริสุทธิ์ภายนอก ทนายเมฆเดินตามมาส่งเธอที่รถแท็กซี่

“ขอโทษที่บนรถผมต้องเสียมารยาทรุนแรงไปหน่อยนะครับ ไม่อย่างนั้นพวกสายลับของกวินที่สะกดรอยตามคุณบนรถทัวร์อาจจะไหวตัวทัน” ทนายเมฆเอ่ยขอโทษอย่างจริงใจ

“ไม่เป็นไรค่ะ ถ้าไม่ได้สัมผัสลวงๆ ของคุณในวันนั้น ฉันกับลูกคงต้องกลายเป็นแพะรับบาปตกนรกทั้งเป็นไปแล้ว… ขอบคุณนะคะที่ปกป้องพวกเราตามคำสั่งเสียของท่านเจ้าสัว”

ณิชายิ้มบางๆ เป็นครั้งแรกของวัน เธอล้วงผ้าเช็ดหน้าสีเทาผืนนั้นส่งคืนให้ทนายเมฆ แต่เขาปฏิเสธและส่ายหน้าเบาๆ

“เก็บไว้เถอะครับ ถือเสียว่าเป็นเครื่องเตือนใจว่า… ในโลกที่เต็มไปด้วยความหลอกลวง บางครั้งความหวังดี ก็มาในรูปแบบที่เราคาดไม่ถึงที่สุด”

รถแท็กซี่แล่นออกไปในความมืดของค่ำคืนเชียงใหม่ ณิชากระชับกอดลูกชายตัวน้อยไว้แน่น ชีวิตการแต่งงานที่หลอกลวงจบลงแล้ว จากนี้ไปเธอพร้อมจะลุกขึ้นสู้เพื่ออนาคตของตัวเองและลูก… โดยมีผ้าเช็ดหน้าสีเทาผืนนั้น เป็นพยานแห่งการรอดพ้นจากเงื่อนมรณะได้อย่างหวุดหวิดที่สุดในชีวิต.

Related Articles

Back to top button
error: Content is protected !!